ศิลปะกับความสัมพันธ์ ระหว่างมนุยษ์เรานั้น เคยสงสัยไหมว่า คำว่า ศิลปะ นั้นคืออะไร ทุกสิ่งรอบตัวของเราเกิดขึ้นจากศิลปะทางธรรมชาติหรือไม่ และ ศิลปะนั้นมีความสำคัญต่อมนุยษ์เราอย่างไรบ้าง ในวันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณได้ค้นหากันแล้ว หรือจะร่วมหาความรู้ไปพร้อมๆกับเรา ในเรื่องแนวความคิด ศิลปะและมนุยษ์ จะมีที่มาที่ไปยังไงเราดูกันเลย

ศิลปะกับความสัมพันธ์

ทำความรู้จัก ศิลปะกับความสัมพันธ์ ระหว่างมนุยษ์

ศิลปะกับความสัมพันธ์ ระหว่างมนุยษ์ นั้นมีแนวความคิดมนุษย์ปรัชญาที่ เชื่อกันว่า ศิลปะนั้นมีสัมพันธ์แนบแน่นคู่กับดวงจิตมนุษย์มาอย่างช้านาน ย้อนกับไปสมัยโบราณศิลปะหลอมรวมกับศาสนาอย่างแน่นแฟ้น ศิลปะเป็นดั่งสะพานเชื่อมโยงมนุยษ์กับโลกของจิดวิญญาน ถ้ามนุษย์เรานั้นได้มีโอกาสลองศึกษาประวัติศาตร์ศิลปะ ก็จะพบว่า ศิลปินยุคสมัยก่อนยุคเรอนาซอง ทำงานอุทิศให้แด่ศาสนารังสรรค์ผลงานศิลปะ ทั้งจิตรกรรม และ ประติมากรรม ทั้งในโบสถ์ วิหารต่างๆ และศาสนสถานมากมายในประเทศรัสเซียมีงานซิลปะรูปพระแม่มารี และ พระเยซู โดยที่ศิลปินเหล่านนี้ไม่เคยจารึกนามบนชิ้นงานศิลปะเหล่านั้นเลย ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นที่ยุโรป แต่ยังรวมถึงฝากฝั่งโลกตะวันออกของเราอีกด้วย

เฉกเช่น ผลงานพุทธศิลป์ในอดีตมากมายในประเทศของเราและในชมพูทวีป ก็ไม่ปรากกว่ามีการจารึกยามของเจ้าของผลงานด้วยเช่นกัน ที่สำคัญกว่านั้น เด็กทุกคนซึ่งได้เกิดในโลกนี้ การวาดภาพกายเป็นธรรมชาติภายในที่ทำให้พวกเราตระหนักถึงข้อความข้างต้นได้เป็นอย่างดี ว่าอันที่จริงแล้ว ก็ละหม้ายคล้ายกับจิตใจอันบริสุทธิ์ในการวาดภาพของเด็กซึ่งมีนัยยะความสัมพันธ์ระหว่างดวงจิตของมนุยษ์และศิลปะ นั้นเอง

ศิลปะกับความสัมพันธ์

ที่มาที่ไปของศิลปะกับความสัมพันธ์ของมนุยษ์

ศิลปะกับความสัมพันธ์ ระหว่างมนุยษ์ ในเรื่องการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ ถือเป็นกิจกรรมพัฒนาสติปัญญาและอารมณ์ ซึ่งเกิดขึ้นได้เฉพาะสังคมมนุยษ์เท่านั้น ถึงแม้ในสัตว์บางชนิดนั้นก็อาจจะมีกิจกรรมในลักษณะเดียวกับกัยที่มนุยษ์กระทำ แต่เราก็อาจจะไม่นับว่าเป็นศิลปะได้ เนื่องจากกิจกรรมเหล่านั้น มักถูกสร้างขึ้มาโดยความบังเอิญ หรือเกิดขึ้นเองตามสัญชาติญาณของสัตว์ชนิดนั้น ซึ่งมักจะมีเป้าหมายของมันคือ การป้องกันภัยอันตราย ดำรงเผ่าพันธุ์ หรือการดำเนินชีวิตรอดเป็นหลัก

การสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะของมนุยษ์เชื่อว่าเกิดขึ้นจั้งแต่สมัตยโบราณจั้งแต่ยุคหิน นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่บรรพบุรุษของมนุยษ์ยังเป็นพวกเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ตามถ้ำ เพียงผา ที่ถ้ำลาสโกซ์ ประเทศฝรั่งเศษ โดยงานศิลปะถ้าไม่นับพวกเครื่องใช้ ลำดำแรกๆจะเป็ญภาพวาด ซึ่งปรากฏอยู๋ตามผนังถ้ำในที่ต่างๆ เช่น ภาพวัวไบซัน ที่ถ้ำอัลตามีรา ที่ประเทศสเปน ภาพสัตส์ชนิดต่างๆ เช่น ม้า กวาง ที่ถ้ำลาสโกซ์ ประเทศฝรั่งเศษ เป็นต้น

สำหรับศิลปะของประเทศไทยก็มีการสำรวจพบภาพวาดในที่หลายแห่ง เช่น ภาพช้าง ภาพเต่า ที่ผาแต้ม อำเภอโซงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ถาพวาดนก ภาพวาดจระเข้ ที่ถ้ำผีหัวโต อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เป็นต้น

ศิลปะกับความสัมพันธ์

ศิลปะกับความสัมพันธ์ ระหว่างมนุยษ์ ในการดำเนินชีวิต

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า พื้นฐานการดำเนินชีวิตนั้นอยู่ได้ด้วยปัจจัย 4 ซึ่งได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค และธรรมชาติของมนุย์นั้นมักมีความต้องการอยู่เสมอ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป มนุยษ์นั้นต้องอาศัยการมองเห็น การได้ยิน และสัมผัสได้ ภาวะการรับรู้โดยรับรู้จักประสาทสัมผัสทั้ง 5 สิ่งต่างๆ เหล่านี้นั้นเป็นแรงเสริมทำให้มนุยษ์มีสุนทรียภาพมนการรัยรู้สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดได้แก่

ศิลปะกับความสัมพันธ์

1. การมองเห็น คือการที่มนุยษ์ได้มองเห็นภาพต่างๆ ของธรรมชาติ เช่น ป่า เขา ธารน้ำตก ท้องทะเล ความงามของดวงอาทิตย์ตก รวมถึงทุ่งดอกไม้หลากหลายสี ความงามของธรรมชาติเหล่านี้ ถ้ามนุยษ์ช่วยกันดำรงรักษา ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะอันได้แก่ธรรมชาติก็จะอยู่คู่กับเราไปอีกนาน

ศิลปะกับความสัมพันธ์

2. การได้ยิน มนุษย์เรามีการรับรู้ โดยได้ยินเสียงต่างๆ จากธรรมชาติ เช่น เสียงของไก่ขัน เสียงนกร้อง เสียงฝนตก เสียงน้ำไหลจากที่สูง ลักษณธทางธรรมชาติเหล่านี้เป็นที่มาของการเล่านิทานพื้นบ้าน และก่อให้เกิด ตำนานเรื่องราวตามความเชื่อ ค่านิยมของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ  และเสียงจากธรรมชาติบางอย่างทำให้เกิดการรับรู้ด้วยการได้ยินเสียงที่จังหวะคล้ายเสียงดนตรี ก่อให้เกิดความเพลิดเพลินและเป็นแรงบรรดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ

ศิลปะและมนุยษ์หยุด

3. การเคลื่อนไหวทางกายภาพ ลีลาเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของมนุยษ์ สัตว์และธรรมชาติ ได้แก่การแสดงกิริยาอาการต่างๆของมนุยษ์และสัตว์ การเคลื่อนไหวของกลุ่มก้อนเมฆ ต้นไม้โต้ลม การเคลื่อนตัวของคลื่นในทะเล เป็นการแสดงออกมาทำให้มนุยษ์สามารถมองเห็นการถ่ายทอดออกมาเป็นความงาม และ ได้ยินเสียงที่ไพเราะจนทำให้เกิดความสุขต่อผู้ฟังได้ นอกจากนี้ธรรมชาติยังให้แรงบรรดาลใจแก่มนุยษ์เกิดความสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ และนำศิลปะมาช่วยในการบำบัดพัฒนาอารมณ์และจิตใจ ของมนุยษ์ โดยถ่ายทอดผ่านการรับรู้ ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

  • ศิลปะการมองเห็น ได้แก่ การวาดภาพ การปั้น การแกะสลัก รวมทั้ง สถาปัตยกรรมต่างๆ เรียกว่า ทัศนศิลป์
  • ศิลปะที่แสดงออกทางเสียงได้แก่ ดนตรี หรือที่เรียกว่า โสดศิลป์ ถือเป็นศิลปะดนตรี คือเป็นการบรรเลงที่มนุยษ์สามารถชื่นชมความไพเราะได้ด้วยการได้ยินเสียงจากการบรรเลงดนตรี เป็นต้น
  • ศิลปะที่แสดงทางลีลาการเคลื่อนไหวหรือที่เรียกว่า นาฏศิลป์ เป็นศิลปะหารแสดงต่างๆ ซึ่งสามารถชื่นชมและสามารถมองเห็นได้ เช่น ศิลปะการแสดง ระบำ รำ ฟ้อน โขน เป็นต้น

ดั้งนั้นธรรมชาติจึงเป็นแรงบรรดาลใจ ทำให้มนุยษ์เกิดความคิดสร้างสรรค์จากธรรมชาติ จนกลายเป็นศิลปะ

ศิลปะกับความสัมพันธ์ ระหว่างมนุยษ์ ใช้ในการบำบัด

ปัจจุบันนั้น สังคมไทยได้ให้ความสำคัญกับศิลปะบำบัดมากขึ้น ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดี ในทุกๆปี มีผู้ที่เข้ารับการบำบัดตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าความรู้ต่างๆด้านวิชาการจะยังมีอยู่ในวงจำกัด นักศิลปะบำบัด ที่ได้เรียนและได้ฝึกฝนทั้งทฤษฏีและปฏิบัติมาอย่างจริงจัง ก็ยังนับว่าน้อยมากๆ ซึ่งความรู้ทั้งหมดที่ลึกซึ่งนั้นจะมีประโยชน์ต่อวงวิชาการเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ในช่วงเวลานับจากนี้ จะเป็นช่วงที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าศิลปะบำบัด ในประเทศไทยจะสามารถยกระดีบองค์ความรู้และศักยภาพของเรา ให้เพียงพอที่จะรับมือกับความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนของโลกทุกวันนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ศิลปะกับมนุยษ์ บำบัดในสังคมไทย

ศิลปะบำบัดคืออะไร เป็นวิธีเยียวยาด้วยการนำเทคนิคต่างๆทางศิลปะที่ทำให้ได้แสดงออกมา เพื่อช่วยให้คนได้ค้นพบและเปิดรับสถาวะอารมณ์ของตัวเอง ดูแลจัดการความเครียด ความเศร้า หรือทำความเข้าใจกับประสบการณ์ความรู้สึกต่างๆที่เป็นปัญหา

ผู้เข้าร่วม สำหรับผู้ที่เข้าร่วมรับการบำบัดนั้นไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ศิลปะ เช่นวาดภาพ ระบายสีใดๆ มาก่อนเลย เพราะศิลปะบำบัดเป็นศิลปะที่เน้นการแสดงออกของตัวคุณเอง ไม่ใช่การแสดงความสวยงามตามโลกภายนอก

การส่งผลนอกเหนือจากผู้ที่เข้ารับการบำบัด นอกเหนือจากคนที่มีความเครียด เศร้า หรือเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตแล้ว ศิลปะบำบัดยังเหมาะกับคนที่อยากรู้จักตนเองในแง่มุมต่างๆ ต้องการอยากที่จะพัฒนาตนเอง หรือ ต้องการเรียนรู้ทักษะทางสังคม มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับผู้อื่นอีกด้วย 

ศิลปะบำบัด ช่วยได้อย่างไร

นักศิลปะบำบัดจะมีเครื่องมือหลายอย่างที่แตกต่างกันออกไป โดยคนที่มีปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับสภาวะทางอารมณ์ ซึมเศร้า การถูกล่วงละเมิด ถูกทารุณกรรมทางกาย ความเครียด รวมถึงปัญหาทางจิตบางประเภท สามารถได้รับประโบชน์จากการแสดงความคิดสร้างสรรค์จากพวกนี้ได้ 

การได้สร้างสรรค์ศิลปะ และ ผ่านกระบวนการทางศิลปะบำบัดจะช่วยให้คุณได้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก และการเข้าใจถึงความแตกต่างของกิจกรรมศิลปะบำบัดกับห้องเรียนศิลปะทั่วๆ ไป

เพราะโรงเรียนศิลปะทั่วไปนั้นเน้นการสอนเทคนิค เพื่อสร้างผลงานให้เสร็จและ มีความสวยงาม แต่ศิลปะบำบัดนั้นจะมุ่งเน้นให้คุณได้แสดงออกถึงประสบการณ์ภายใน อารมณืความรู้สึก โดยที่คุณจะสามารถทำทุกอย่าง แสดงออกผ่านความรับรู้ของตนเอง จิตนาการ และแสดงความรู้สึกนั้นได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ในกระบวนการศิลปะบำบัด การแสดงออกถึงภายในของคุณเองนั้น จะมีคุณค่า และ ความหมายมากกว่า การได้ทำศิลปะที่โลกภายนอกยอมรับ

ศิลปะและมนุยษ์ยุทธ

ศิลปะบำบัด ช่วยได้อย่างไร 

นักศิลปะบำบัดจะมีเครื่องมือหลายอย่างที่แตกต่างกันออกไป โดยคนที่มีปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับสภาวะทางอารมณ์ ซึมเศร้า การถูกล่วงละเมิด ถูกทารุณกรรมทางกาย ความเครียด รวมถึงปัญหาทางจิตบางประเภท สามารถได้รับประโบชน์จากการแสดงความคิดสร้างสรรค์จากพวกนี้ได้ 

การได้สร้างสรรค์ศิลปะ และ ผ่านกระบวนการทางศิลปะบำบัดจะช่วยให้คุณได้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก และการเข้าใจถึงความแตกต่างของกิจกรรมศิลปะบำบัดกับห้องเรียนศิลปะทั่วๆ ไป

เพราะโรงเรียนศิลปะทั่วไปนั้นเน้นการสอนเทคนิค เพื่อสร้างผลงานให้เสร็จและ มีความสวยงาม แต่ศิลปะบำบัดนั้นจะมุ่งเน้นให้คุณได้แสดงออกถึงประสบการณ์ภายใน อารมณืความรู้สึก โดยที่คุณจะสามารถทำทุกอย่าง แสดงออกผ่านความรับรู้ของตนเอง จิตนาการ และแสดงความรู้สึกนั้นได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ในกระบวนการศิลปะบำบัด การแสดงออกถึงภายในของคุณเองนั้น จะมีคุณค่า และ ความหมายมากกว่า การได้ทำศิลปะที่โลกภายนอกยอมรับ

ปัจจุบันนั้น สังคมไทยได้ให้ความสำคัญกับศิลปะบำบัดมากขึ้น ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดี ในทุกๆปี มีผู้ที่เข้ารับการบำบัดตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าความรู้ต่างๆด้านวิชาการจะยังมีอยู่ในวงจำกัด นักศิลปะบำบัด ที่ได้เรียนและได้ฝึกฝนทั้งทฤษฏีและปฏิบัติมาอย่างจริงจัง ก็ยังนับว่าน้อยมากๆ ซึ่งความรู้ทั้งหมดที่ลึกซึ่งนั้นจะมีประโยชน์ต่อวงวิชาการเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ในช่วงเวลานับจากนี้ จะเป็นช่วงที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าศิลปะบำบัด ในประเทศไทยจะสามารถยกระดีบองค์ความรู้และศักยภาพของเรา ให้เพียงพอที่จะรับมือกับความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนของโลกทุกวันนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ใครบ้างที่เหมาะสมกับศิลปะบำบัด

ศิลปะบำบัดเป็นกิจกรรมที่หาได้ยาก โดยหลายกลุ่มคนสามารถได้รับประโยชน์จากศิลปะบำบัดได้ เช่น 

  • กลุ่มคนที่มีปัญหาทางจิตใจ มีหลากหลายหน่วยงานที่แนะนำเรื่องการนำศิลปะบำบัดไปใช้ช่วยเหลือหลุ่มคนเหล่านี้เช่นกลุ่มอาการ Schizophrenai เป็นต้น
  • ผู้ที่เผชิญกับความยากลำบาก สามารถที่จะช่วยเหลือให้เกิดการเรียนรู้ความยากลำบากในสถานการณืต่างๆ ได้ โดยเฉพาะสำหรับคนที่อาจรู้สึกยากในการแสดงเรื่องราวนั้นออกมาเป็นคำพูด หรือ สแดงออกในความรู้สึกเหล่านั้น
  • คนที่ทำงานซ้ำซากติดต่อกันเป็นเวลานาน คนที่นั้งทำงานอย่างเดียว และใช้ทักษะเพาะอย่างที่ซ้ำซากติดต่อกันเป็นเวลานาน จะได้รับประโยชน์ในศิลปะบำบัดแบบกลุ่มที่จะช่วยให้พวกเขาได้รู้จักและเรียนรู้การเข้าสังคม การแสดงแแกในมิติทางความรู้สึกเรื่องราวได้
  • ผู้ที่ยากลำบากในการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึก การใช้ศิลปะนั้น จะช่วยให้กลับไปเรียนรู้อารมณ์ความรู้สึก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเรียนรุ้เรื่องคำพูดที่เชื่อมโยงกับอารมณ์เหล่านั้น
  • ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องขัง หรือนักโทษต่างๆ สามารถใช้กระบวนการศิลปะบำบัดในการแสดงออกทางความรู้สึกเพื่อให้เข้าถึงอิสลภาพ และดูแลอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นได้
  • ผู้ที่มีหน้าที่บำบัดเยียวยาหรือรักษาผู้อื่น แพทย์ พญาบาล นักจิตวิทยาให้คำปรึกษา และ กลุ่มผู้เยียวยา ที่มักจะได้ฟังเรื่องราวสะเทีอนความรู้สึก อาจจะต้องมีการดูแลตัวเองจากศิลปะบำบัด เพื่อให้ตนเองได้ผ่อนคลาย และเยียวยาตนเองเป็นระยะจากศิลปะ เพื่อลดความเครียดสะสม

สรุป ศิลปะและมนุยษ์

ที่กล่าวมาทั้งหมดจึงจะเห็นได้ว่าศิลปะมีความเกี่ยวข้องกับมนุยษ์มาอย่างยาวนานโดยพบหลักฐานทางศิลปะ ตามบริเวณสถานที่ต่างๆ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของมนุยษ์ในอีกหลายแง่มุมของผลงาน หรือแม้แต่วิธีการแสดงออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการอารมณ์ของตนเอง อาจจะเป็นความประทับ ความซาบซึ้ง ผ่อนคลายความเคลียด หรือเพื่อชื้นชมและศรัทธา นอกจจากนี้ศิลปะเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาบำบัดจิตใจได้ด้วยการมองเห็น การได้ยิน และการแสดงท่าทางออกมา โดยผลงานศิลปะแรกๆ มนุยษ์เราเชื่อว่าเกิดมาจากแรงบรรดาลใจของมนุยษ์ที่มีต่อธรรมชาติ หรือสภาพแวดล้อมจากนั้นจึงค่อยๆถ่ายทอดความประทับใจออกมาเป็นผลงานศิลปะ โดยอาจจะเป็นงานประเภทจิตรกรรม และ ประติมากรรมอย่างง่ายดาย ให้เราได้ศึกษาอย่างในทุกวันนี้นั้นเอง

สนใจข้อมูลศิลปะอื่นๆ

สนใจศิลปะดนตรี